การตรวจร่างกาย
posted on 14 Dec 2008 13:52 by havanaja
การตรวจร่างกาย
การตรวจร่างกายหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ แบ่งการตรวจเป็น
2 ประเภทคือ
1.การตรวจร่างกายทั่วไป พยาบาลควรตรวจเกี่ยวกับสิ่งต่อไปนี้
- ลักษณะรูปร่างของร่างกาย เช่น ความสูง ถ้าสูงน้อยกว่า
150 เซนติเมตร อาจมีภาวะของ cephalopelvic disproportion
(CDP) แล้วดูท่าเดินว่าปกติหรือไม่
- ลักษณะที่แสดงออกทั่วไป เช่น อาการซีด หายใจหอบ
- การตรวจวัดสัญญาณชีพ
- อาการบวม โดยเฉพาะที่ขา กดหน้าแข้งดูว่ามีบวมกด
บุ๋มหรือไม่ ถ้ามีอาการบวมอาจเป็นอาการอย่างหนึ่งของ
โรคพิษแห่งครรภ์
2.การตรวจร่างกายเฉพาะที่ โดยมุ่งตรวจ 2 ประการคือ
- ตรวจหน้าท้องหรือตรวจครรภ์
- ตรวจอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก และตรวจทางช่องคลอด
หรือตรวจทางทวารหนัก
วิธีการตรวจหน้าท้องหรือตรวจครรภ์
วิธีการตรวจหน้าท้องหรือตรวจครรภ์ แบ่งออกเป็น
การดู (Inspection)
-ขนาดของท้องว่าใหญ่ผิดปกติหรือไม่
-ลักษณะทั่วไปของท้อง มีท้องหย่อน (pendulous abdomen) หรือ
กล้ามเนื้อหน้าท้องแยกออกจากกัน ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อน
กำลัง แรงเบ่งไม่ดีในระยะคลอด
-รอยผ่าตัด สีของผิวหน้าท้อง (linea nigra, striae gravidarum)
-ลักษณะของมดลูกโตตามขวางหรือยาว
-การเคลื่อนไหวของเด็ก เช่น ถ้าเด็กเคลื่อนไหวบริเวณเหนือ
หัวหน่าวจะนูนอยู่ในท่าท้ายทอยอยู่ด้านหน้า และจะแบนราบอยู่
ในท่าท้ายทอยอยู่ด้านหลัง
การคลำ (Palpation)
เป็นการตรวจสภาพลักณะทารกในครรภ์ว่าอยู่ในท่าใด โดยใช้วิธี
ของ Leopold Handgrip ในการคลำ มือที่ใช้ควรสะอาดและอบอุ่น
เพียงพอ คลำในขณะที่มดลูกไม่มีการหดตัว และตรวจการหดรัดตัว
ของกล้ามเนื้อมดลูก โดยคลำที่บริเวณยอดมดลูก
การฟัง (Auscultation)
การฟังเสียงหัวใจทารก เป็นการวินิจฉัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และทารก
ในครรภ์คือ
- จะฟังเสียงหัวใจทารกได้ เมื่อตั้งครรภ์ 17 สัปดาห์ขึ้นไป
- ตรวจดูว่าทารกยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
- วินิจฉัยการตั้งครรภ์แฝด
- วินิจฉัยส่วนนำและท่าของทารกในครรภ์
